
จะเลือกหลังคาบ้านทรงอะไรดี ถึงจะเหมาะกับบ้านของเรา จะว่าไปหลังคาบ้านเป็นส่วนที่ทำให้บ้านสวย และดูดี ที่ต้องคิดมากกว่าการใช้งานกันแดด กันฝน กันความร้อน หลังคาบ้านก็เหมือนกับทรงผม ที่ทุกคนไม่ใช่ว่าจะไว้ทรงอะไรก็ได้ จะตัดทรงอะไรก็ต้องดูที่รูปหน้า ว่าทรงอะไรที่ไว้แล้วรับกับหน้าตาของเรา ว่าแต่จะรู้ได้ไงว่าทรงอะไร พิจารณาจากอะไร?
ประเภทของทรงหลังคามีกี่รูปแบบ ?
ทรงหลังคามีมากกว่า 10 รูปแบบ หรือบางทีก็มากเท่าที่ผู้ออกแบบสามารถออกแบบได้ แต่ผมจะพูดถึงทรงที่เราเห็น และเป็นที่นิยมกันโดยทั่วไปละกันนะครับ
GABLE(หลังคาจั่ว) พบเห็นได้ทั่วไป กันแดด กันฝนได้ดี เป็นที่นิยมในบ้านเรา โดยปัจจุบันการออกแบบทรงจั่ว ก็มีความสวยงาม และทันสมัยในยุคปัจจุบัน
HIP(หลังคาปั้นหยา) เป็นอีกทรงที่ในแง่การใช้งาน กันแดดกันฝนได้ดีในทุกๆด้าน เพราะทรงหลังคาลาดเอียงในทุกด้าน ความสวยงามก็สามารถเข้าได้กับบ้านทุก Style
DUTCH GABLE(Manila Roof) เป็นการผสมผสานระหว่างหลังคาจั่ว และหลังคาปั้นหยา หลังคาทรงนี้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยอย่างมาก ที่ร้อน และฝนตกหนัก หลังคากันแดดฝนได้ดีทั้ง 4 ด้าน ในขณะที่ส่วนจั่วยังระบายความร้อนออกจากหลังคาได้อีก
FLAT(หลังคาเรียบ) รูปแบบหลังคาเรียบคล้ายไม่มีหลังคา พบเห็นได้มากในงาน Modern สมัยใหม่ อาจจะเป็นพื้นหล่อชั้นดาดฟ้า(FLAT SLAB) หรือออกแบบเป็น PARAPET WALL เพื่อซ่อนหลังคาที่มุงภายในก็ให้มุมมองแบบเดียวกัน ข้อดีของหลังคาแบบนี้นอกจากภาพลักษณ์สมัยใหม่แล้ว ในกรณีเป็นพื้นหล่อ เราสามารถขึ้นไปใช้ประโยชน์ของพื้นที่ดาดฟ้าได้อีกด้วย
LEAN –TO(หลังคาเพิงหมาแหงน) หลังคาที่ลาดเอียงด้านเดียว ให้ความรู้สึกเรียบง่าย ทันสมัย ก่อสร้างง่าย ปัจจุบันพบเห็นได้ทั่วไปในงานออกแบบ Modern หลังคาทรงนี้สามารถออกแบบและตกแต่งช่วงคอหลังคาให้สวยได้หลายรูปแบบ เป็นที่นิยมในแบบบ้านสมัยใหม่
BUTTERFLY (หลังคาทรงปีกผีเสื้อ) เป็นการนำหลังคาลาดเอียงแบบเพิงแหงน 2ด้าน มารวมกัน คล้ายปีกผีเสื้อ หลังคาทรงนี้ได้รูปลักษณ์ทันสมัย แต่มีข้อควรระวังเรื่องการรั่วซึมของหลังคา ควรต้องออกแบบและก่อสร้างช่วงรางรับน้ำฝนให้ดีๆ
ยังมีทรงหลังคาอื่นๆอีก ที่เราพบเห็น แต่จะขอกล่าวถึงโดยส่วนมากที่นิยมในบ้านเราละกันนะครับ
จะเห็นได้ว่าทุกทรงหลังคาจะทำให้บ้านเกิดภาพลักษณ์ของงานสถาปัตย์ เมื่อเราคำนึงถึงการใช้งานตามรูปทรงของมัน ในบ้านเราจึงพบเห็นหลังคาจั่ว และปั้นหยามากทีเดียว เพราะกันแดดกันฝนได้ดี
ถ้าเราตัดเรื่องรูปทรงตามการใช้งานที่ดีที่สุดออกไปก่อน แล้วมองแต่ด้านความสวยงาม เพื่อให้บ้านของคุณสวยที่สุดละ ต้องพิจารณาจากอะไร?
ผมขออธิบายในเรื่องนี้ในแง่การออกแบบ จากประสบการณ์ที่ได้ออกแบบและก่อสร้างจากหลายๆที่ ที่ผมเคยทำเอาไว้ จะพบเห็นปัญหาส่วนใหญ่ของงานออกแบบ ว่าบ้านบางหลังเมื่อดูจากแบบแปลนบ้านสวยมากเลย รูปทรงตัวบ้านสวย แต่ออกแบบ หรือเลือกรูปแบบหลังคาไม่เหมาะกับทรงบ้าน ทำให้บ้านบางหลังที่ควรจะสวย กลับตรงกันข้าม ในการเลือกทรงหลังคาที่ผมเกริ่นไว้ช่วงต้นของบทความว่า เหมือนเลือกทรงผมให้เข้ากับหน้านั่นละครับ ถ้าเป็นบ้าน ควรดูจากรูปทรง MASS ของตัวบ้านว่า เราควรจะเลือกใส่หลังคาแบบไหน แล้วดูดีที่สุด แบบบ้านหน้าแคบ หรือหน้ากว้าง มุมมองที่เด่นที่สุดของบ้าน เชื่อได้ว่าจะมีไม่กี่ทรงหลังคาที่เหมาะจริงๆ ที่เห็นแล้วบอกสวยได้คำเดียว
คงเหมือนกับที่เราเข้าร้านตัดผม แล้วเราเรียกหาช่างประจำของเรา ด้วยเหตุผลที่ว่า ช่างคนนั้นเข้าใจรูปหน้า และทรงผมที่เหมาะกับเรา ตัดทรงอะไรเค้าก็มีภาพที่เหมาะกับเราในหัวอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่ารูปทรงหัวไม่สวย แล้วดันตัด SKIN HEAD ให้ก็จบครับ เปลี่ยนช่าง เปลี่ยนร้าน
ทรงอะไรเหมาะสมกับเรา คิดว่าเพื่อนๆ น่าจะมีในใจกันอยู่แล้วละครับ จะมีใครรู้ว่าเราชอบอะไร มากกว่าตัวเองครับ หรือถ้าอยากปรึกษา ยินดีจะเป็นช่างตัดผมให้นะครับ








